เรียนภาษา ต่างประเทศ

การสมัครเรียนภาษาในต่างประเทศ

สิ่งที่ควรรู้ก่อนสมัครเรียนภาษาในต่างประเทศ

สำหรับน้องๆที่กำลังหาหลักสูตรการเรียนภาษาอังกฤษระยะสั้นในช่วงปิดเทอมนั้น อาจมีคำถามต่างๆมากมาย และอาจจะมีความกังวลในหลายๆเรื่อง ทีมงาน GENT Edutainment มีข้อคิดและคำแนะนำมาฝากน้องๆสำหรับการเตรียมตัวก่อนตัดสินใจสมัคร “เรียนภาษา” ในต่างประเทศ

1. การเลือกประเทศและเมือง

คำถามแรกที่น้องๆมักจะมีอยู่ในใจคือไม่รู้ว่าจะไปประเทศไหน และไม่รู้ว่าข้อแตกต่างของแต่ละประเทศนั้นเป็นอย่างไร ทางทีมงาน GENT Edutainment ขอแนะนำให้น้องๆเข้าตามเวบท่องเที่ยวเพื่อเปิดดูรูป สถานที่ท่องเที่ยว และลักษณะของอาคารบ้านเรือน ตลอดจน youtube ซึ่งข้อมูลที่น้องจะได้จะทำให้น้องๆได้พอมองเห็นภาพบรรยากาศในเมืองนั้นๆ เพื่อใช้ในการตัดสินใจ โดยน้องๆควรตัดสินใจจากการเลือกประเทศและเมืองจากการใช้ชีวิตของเราเอง ยกตัวอย่างเช่น หากน้องๆเป็นคนที่ชอบสีสัน ชอบการท่องเที่ยว ชอบพิพิธภัณฑ์ เมืองที่เหมาะสมสำหรับน้องๆอาจจะเป็นเมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ หรือรัฐวอชิงตัน ดีซี ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่หากน้องๆเป็นคนชอบเมืองที่มีบรรยากาศของมหาวิทยาลัยแต่ก็ไม่พลุกพล่านเกินไปนัก เมืองที่เหมาะสมสำหรับน้องๆก็อาจจะเป็นเมืองเคมบริดจ์หรือเมืองอ็อกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ เป็นต้น

สำหรับข้อมูลคร่าวๆ ในแต่ละประเทศที่น่าไปเรียนภาษาอังกฤษมีดังนี้

เรียนภาษาที่อังกฤษ : ประเทศอังกฤษ เป็นประเทศเจ้าของภาษาอย่างแท้จริง เป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญๆ และน่าสนใจทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และกีฬา โดยในแต่ละเมืองนั้น ก็จะมีความแตกต่างกัน เช่น ลอนดอน เป็นเมืองใหญ่และมีผู้คนที่หลากหลาย วิถีชีวิตของคนที่นี่จะค่อนข้างรีบเร่ง รวมทั้งการเดินทางไปไหนมาไหนก็จะใช้รถบัสและรถไฟใต้ดินเป็นหลัก แต่ก็เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจต่างๆ มากมาย

เรียนภาษาที่อเมริกา : ประเทศสหรัฐอเมริกา เหมาะสำหรับน้องๆ ที่ชอบความทันสมัยและต้องการอยู่ในเมืองใหญ่ที่มีบรรยากาศแบบสบายๆ นอกจากนั้นยังมีสถานที่น่าสนใจอีกมากมายที่น้องๆ มักจะพบเห็นจากภาพยนตร์ Hollywood และยังมี Outlet เหมาะสำหรับน้องๆ ที่เป็นขาช้อปอีกด้วย

เรียนภาษาที่นิวซีแลนด์ : ประเทศนิวซีแลนด์ จะค่อนข้างเหมาะกับเด็กที่มีความชื่นชอบในธรรมชาติ บรรยากาศสบายๆ และชอบกิจกรรม Adventure ต่างๆ โดยเมืองหลักๆที่นักเรียนมักจะเดินทางไปก็จะเป็น Auckland, Wellington หรือ Christchurch

เรียนภาษาที่สิงคโปร์ : ประเทศสิงคโปร์ อยู่ไม่ไกลจากประเทศไทยและมีวัฒนธรรมที่ไม่แตกต่างจนเกินไป นอกจากนั้นยังไม่ต้องใช้วีซ่าในการเดินทางหากลงทะเบียนเรียนเพียง 1 – 2 เดือน จึงเหมาะสำหรับน้องๆที่เดินทางไปต่างประเทศด้วยตัวเองครั้งแรก, ไม่ต้องการเดินทางไกล หรือต้องการหลีกเลี่ยงขั้นตอนการสมัครวีซ่า

2. การเลือกโรงเรียน/สถาบันสอนภาษาอังกฤษ

ในปัจจุบันมีโรงเรียน/ สถาบันสอนภาษาอังกฤษจำนวนมากๆมาย หากแต่อาจจะมีโรงเรียน/ สถาบันสอนภาษาอังกฤษจำนวนไม่มากนักที่ได้รับการรับรองคุณภาพทางการศึกษาของแต่ละประเทศ ทั้งนี้การรับรองคุณภาพการศึกษาจากองค์กรในแต่ละประเทศนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากเป็นการยืนยันในเรื่องของคุณภาพการเรียนการสอน ตลอดจนคุณภาพของการจัดการและบริหาร
ทั้งนี้องค์กรในระดับประเทศและระดับนานาชาติที่ให้การรับรองสถาบันสอนภาษาอังกฤษชั้นนำในแต่ละประเทศนั้น มีตัวอย่างดังนี้ English UK, British Council (UK), The English Network – TEN (UK), ACCET (USA), Quality English (UK, USA, New Zealand), IALC (UK, USA, New Zealand), English New Zealand, Edutrust (Singapore) ซึ่งโรงเรียน/ สถาบันสอนภาษาอังกฤษในแต่ละประเทศที่ทางทีมงาน GENT Edutainment ได้คัดสรรมานำเสนอให้แก่น้องๆนั้นต่างได้รับการรองรับจากแต่ละองค์กรของแต่ละประเทศอย่างน้อย 1 องค์กร

3. หลักสูตรการ”เรียนภาษา”

โดยทั่วไปหลักสูตรการเรียนภาษาอังกฤษที่เด็กไทยนิยมไปเรียนมีดังนี้

3.1 General English เป็นการเรียนภาษาอังกฤษทั่วไปในชีวิตประจำวัน โดยเน้นไปที่ทักษะทั้ง 4 ด้านคือ ฟัง พูด อ่านและเขียน โดยมีจำนวนชั่วโมงเรียนประมาณ 15 – 16.67 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งหลักสูตร General English เหมาะอย่างยิ่งกับนักเรียนที่ต้องการไปเรียนในระยะเวลาสั้นๆ และต้องการใช้เวลาในการท่องเที่ยวไปยังสถานทีต่างๆในเมืองนั้นๆ เนื่องจากการเรียนหลักสูตร General English นั้น โดยปรกติแล้วมักจะเรียนแค่ครึ่งวันเช้าหรือบ่ายเท่านั้น ส่วนอีกครึ่งวันนั้นน้องๆสามารถไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆได้

3.2 Intensive English
เป็นหลักสูตรการเรียนภาษาอังกฤษที่คล้ายๆกับ General English หากแต่มีจำนวนชั่วโมงเรียนที่มากกว่า โดยทั่วไปมักจะมีจำนวนชั่วโมงเรียนอย่างน้อย 18 – 25 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ นอกจากนี้โดยทั่วไปแล้ว การเรียนหลักสูตร Intensive English นั้นมักจะเป็นในรูปแบบของ General English + Elective Class ซึ่งทางโรงเรียนมักจะนำเสนอ Elective Class ให้น้องๆได้เลือกตามความต้อง อาทิเช่น Accent Reduction, Business English, Structure + Grammar, Writing และอื่นๆอีกมากมาย

3.3 Exam Course เป็นหลักสูตรที่ไม่ใช่แค่การเรียนภาษาอังกฤษเท่านั้น หากแต่จะมุ่งเน้นในการทำข้อสอบเพื่อใช้ในการยื่นสอบเข้ามหาวิทยาลัย อาทิ IELTS, TOEFL, GMAT เป็นต้น

3.4 Junior Course สำหรับบางโรงเรียน/ สถาบันนั้น อาจจะมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในการดูแลนักเรียนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี หลายๆโรงเรียนอาจจะมีการจัดหลักสูตรเฉพาะสำหรับนักเรียนที่มีอายุระหว่าง 10 – 17 ปี โดยไม่ได้มุ่งเน้นแต่เพียงการเรียนภาษาอังกฤษ แต่จะมีการจัดกิจกรรมและการทัศนศึกษาให้กับนักเรียนอีกด้วย

4. ประเภทที่พัก

โดยปรกติแล้วที่พักสำหรับนักเรียนที่ไปเรียนภาษาอังกฤษนั้นมีอยู่ 2 รูปแบบคือ

4.1 ครอบครัวท้องถิ่น (Host Family) เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการไปเรียนรู้การใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน ตลอดจนการเรียนรู้วัฒนธรรมการครอบครัวท้องถิ่น ซึ่งการพักกับครอบครัวท้องถิ่นนั้นถือเป็นโอกาสในการพัฒนาภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี หากแต่นักเรียนอาจจะมีความรู้สึกไม่เป็นส่วนตัวหรืออาจจะต้องมีการปรับตัวในการใช้ชีวิตบ้าง ซึ่งโดยปรกตินั้นครอบครัวท้องถิ่นจะเป็นผู้ดูแลความเป็นอยู่ให้แก่นักเรียน โดยจะเป็นผู้เตรียมอาหารเช้าและอาหารเย็นให้ ตลอดจนการทำความสะอาดเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้

4.2 อพาร์ทเมนท์/หอพัก สำหรับน้องๆที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและต้องการใช้ชีวิตด้วยตัวเอง โดยไม่มีกฎระเบียบและหลักเกณฑ์มากมาย อย่างไรก็ตามในการพักอพาร์ทเมนท์และหอพักนั้น โดยปรกติแล้วค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าการพักกับครอบครัวท้องถิ่นและไม่มีอาหารจัดให้

5.  การเลือกตัวแทน (Agency)

ส่วนสำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของการเลือกโรงเรียน/ สถาบันสอนภาษาอังกฤษก็คือการเลือกเอเจนซี่ ทั้งนี้น้องๆอาจทำการเลือกโรงเรียนและสมัครเรียน ตลอดจนทำวีซ่าด้วยตัวเองก็ได้ หากแต่หากน้องๆต้องการคำปรึกษาทั้งในเรื่องของการเลือกเมือง ประเทศ โรงเรียน/ สถาบันสอนภาษาอังกฤษ อีกทั้งเพื่อที่จะได้มีผู้ที่คอยประสานงานเมื่อน้องๆเกิดปัญหาในการสมัครเรียนหรือเมื่อเดินทางไปเรียนแล้ว ตลอดจนเพื่อลดความยุ่งยากในการสมัครวีซ่านั้น การเลือกเอเจนซี่ก็เป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้การสมัครเรียนผ่านกับตัวแทนสถาบันการศึกษานั้นโดยส่วนมากแล้วมักจะไม่มีค่าใช้จ่ายในการเดินการสมัคร

ทั้งนี้ทีมงาน GENT Edutainment ขอแนะนำว่าให้น้องๆเลือกเอเจนซี่ที่ได้รับการรับรองจากทั้งภายในประเทศและระดับนานาชาติ อาทิเช่น TIECA ซึ่งเป็นองค์กรที่รับรองคุณภาพของเอเจนซี่ต่างๆทั่วประเทศไทย, English UK Partner Agency, Quality English Authorized Agent ซึ่งต่างเป็นองค์กรที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติที่มีความน่าเชื่อถือ

นอกจากนั้น นอกจากการเลือกบริษัทที่ดีแล้ว น้องๆ ควรเลือกพนักงานที่น้องๆพูดคุยด้วยแล้วรู้สึกสบายใจและได้รับการแนะนำตลอดจนการช่วยเหลือเป็นอย่างดี เนื่องจากเมื่อน้องๆ เดินทางไปต่างประเทศแล้ว เอเจนซี่จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการประสานงานเมื่อน้องๆเกิดปัญหาเวลาอยู่ในต่างประเทศ

ทั้งนี้ GENT Edutainment เป็นเพียงองค์กรเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองจากทั้ง TIECA, English UK และ Quality English อีกทั้งเรายังมีเจ้าหน้าที่ที่มากประสบการณ์ที่คอยพร้อมให้ความช่วยเหลือน้องๆ ตลอดการเดินทางไปเรียนต่อในต่างประเทศ